โอกาสทองของ “เสือเหลือง”

โอกาสทองของ “เสือเหลือง” 6 ฤดูกาลที่ผ่านมาในศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้า ลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันได้ผูกขาดการเป็นแชมป์มาอย่างยาวนาน เมื่อบาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจในวงการลูกหนังเมืองเบียร์สามารถรักษาถาดแชมป์มาได้โดยตลอด


ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือมาแล้วหลายคนก็ตาม โดยฤดูกาลล่าสุดที่แชมป์บุนเดสลีก้าไม่ใช่ทีม “เสือใต้” ต้องย้อนกลับไปถึงฤดูกาล 2011-2012 เลยทีเดียว ที่โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ในยุคการคุมทีมของจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหนุ่มในเวลานั้นสามารถโค่นบาเยิร์น มิวนิคในยุคการคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล บรมกุนซือชาวดัตช์ลงได้สำเร็จถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และหลังจากนั้นเป็นต้นมาแชมป์ลีกนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนมือจากบาเยิร์น มิวนิคอีกเลย และไม่ได้ใกล้เคียงกับการที่จะเสียแชมป์ไปเลยแม้แต่ฤดูกาลเดียว

ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงชะลอตัวจนถึงขั้นขาลงของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์เสียด้วยซ้ำ หลังจากที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกจากการคุมทีมไปเมื่อปี 2015 หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกเขาก็เริ่มห่างไกลจากคำว่าแชมป์ไปทุกที รวมถึงทีมอื่นๆ ในลีกด้วยเช่นกัน ที่ถึงแม้ว่าในแต่ละฤดูกาลจะมีแต่ละทีมที่ก้าวขึ้นมาเบียดแย่งแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นตัวยืนทุกฤดูกาล แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถยืนระยะต่อสู้กับทีม “เสือใต้” ไปจนจบฤดูกาลได้ซักทีม และก็ทำให้บาเยิร์น มิวนิคครองความยิ่งไหญ่เรื่อยมา

แต่ในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองอันดีมากทีเดียวของทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่จะกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์บุนเดสลีก้าให้ได้อีกครั้งในปีนี้ เมื่อผ่าน 7 นัดของฤดูกาลไปแล้วพวกเขายังคงเป็นจ่าฝูงของลีกอยู่ โดยเก็บได้ถึง 17 คะแนน และเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในลีกด้วย อีกทั้งโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ยังเป็นทีมที่ยิงประตูคู่แข่งได้มากที่สุดถึง 23 ประตูอีกด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าฟอร์มจะยอดเยี่ยมแบบนี้ แต่หากเป็นฤดูกาลอื่นพวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นจ่าฝูงในเวลานี้เสียด้วยซ้ำ แต่ฤดูกาลนี้ที่บาเยิร์น มิวนิคมีการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นนิโก้ โควชัย กุนซือหนุ่มชาวโครแอตที่ถึงแม้ว่าช่วงแรกของฤดูกาลจะทำทีมได้อย่างสุดยอก็ตาม แต่หลังจากนั้นมาทีมก็เริ่มมีปัญหา และไม่สามารถชนะใครมาแล้วถึง 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ทำให้พวกเขาต้องหล่นไปอยู่ถึงอันดับ 6 ของตารางเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์จะนำเป็นจ่าฝูงแบบม้วนเดียว และคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าในฤดูกาลนี้


หน้าแรก

อาการหลงลืม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *